ภาษาไทย | English
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 18/12/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/02/2564
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 450


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (450)
BANDAI
CORGI
DINKY
HOT WHEELS
LAND ROVER
DAYS GONE-VANGUARDS
MATCHBOX-REGULAR WHEELS
MATCHBOX-SUPERFAST
MATCHBOX-KING SIZE
MATCHBOX-MODELS OF YESTERYEAR
MAJORETTE
MINI
TOMICA
VOLKSWAGEN
SOLIDO
ACCESSORIES
OTHER BRAND
BOOK AND MAGAZINE
FILM TELEVISION RELATED
MILITARY VEHICLES



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








บทความ
สำหรับชาวฝรั่งเศสรถซีตรอง 2CV ไม่ใช่รถ แต่เป็นวิถีชีวิต (อ่าน 32124/ตอบ 2)

สำหรับชาวฝรั่งเศสรถซีตรอง 2CV ไม่ใช่รถ แต่เป็นวิถีชีวิต

 

 

ชาวเยอรมันมีโฟล์กเต่า ชาวอังกฤษมีรถมินิ ชาวฝรั่งเศสก็มีซีตรอง 2CV เป็นเหมือนรถประจำชาติเลยทีเดียว

ในปี 1936 Jean Boulanger และ Pierre Michelin ผู้บริหารของซีตรองได้ขอให้ทีมวิศวกรออกแบบรถที่มีขนาดเล็ก ขับง่ายและประหยัด ที่สำคัญคือต้องนั่งสบาย ต้องมีระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล ชนิดที่ว่ามีตระกร้าไข่วางในรถแล้ววิ่งผ่านทุ่งนาโดยไม่ทำให้ไข่แตกนั่นเลยทีเดียว

 หลังจากที่ได้มีการสุมหัวกันของวิศวกรซีตรองอยู่ 3 ปี ก็ได้รถต้นแบบหน้าตาแปลกๆ ออกมา โดยการออกแบบของทีมงานคนหนึ่งคือ Deux Chevaux รถคันนี้มีตัวถังอลูมิเนียม ระบบช่วงล่างทำด้วยโลหะแมกนีเซียมที่มีน้ำหนักเบา มีไฟหน้าเพียงดวงเดียว ที่ปัดน้ำฝน 1 ก้านต้องใช้มือหมุน เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ สตาร์ทโดยใช้มือหมุน

 

                

 

แต่ไม่ทันได้เปิดตัวต่อสาธารณชน สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดขึ้นในปี 1939 งานปารีสมอเตอร์โชว์ในปีนั้นก็ถูกยกเลิกและในระหว่างที่ถูกยึดครองโดยเยอรมันนี Boulanger ก็ยังคงสานต่องานของ 2CV กับทีมวิศวกรของเขา ถึงแม้ว่าวัตถุดิบต่างๆ จะขาดแคลนเนื่องจากสงคราม

หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำมันเริ่มหายาก รถซีตรองคันนี้เริ่มได้รับความสนใจจากทีมงานผู้ผลิต เนื่องจากคุณลักษณะของ 2CVที่เข้ากันใด้กับสภาพความเป็นอยู่ของชาวฝรั่งเศส และเหตุการณ์ในยุคหลังสงคราม

รถ 2CV จึงได้รับการปรับปรุง จากเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ เปลี่ยนมาเป็นระบายความร้อนด้วยอากาศ ตัวถังและช่วงล่างก็เปลี่ยนใช้เหล็กกล้า ไฟหน้าเพิ่มเป็น 2 ดวง ที่ปัดน้ำฝนเพิ่มเป็น 2 ก้าน และเปลี่ยนห้องเกียร์ใหม่

ในที่สุดหลังจากการออกแบบและปรับปรุงมากว่า 10 ปี 2CV ก็ได้ปรากฏโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงานปารีสมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35 ปี 1948 โดยในวันที่ 7 ตุลาคม  Boulanger ประธานบริษัทซีตรองและ Vincent Auriol ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก็ได้เปิดโฉม Citroen 2CV ซึ่งเป็นรถหน้าตาประหลาดทำความขบขันให้กับผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ถูกใจคนฝรั่งเศสมาก เนื่องจากการออกแบบที่ชาญฉลาดและราคา 185,000 ฟรังซ์ ก็เป็นราคารถที่ถูกที่สุดในตลาดรถตอนนั้น

 

 

รถ 2CV ที่ออกจำหน่ายในปี 1948 เรียกชื่อรุ่นว่า Model A ใช้เครื่องยนต์

375 cc

ปี 1954 2CV เรียกชื่อรุ่นว่า AZ เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ 425 cc.

ปี 1956 ก็ออกรุ่นพิเศษ ตัวถังอลูนิเนียม เรียกชื่อรุ่นว่า AZL จากนั้นก็มีการปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายครั้ง เช่น รุ่น AZLP, AZAM จนกระทั่งในปี 1990 วันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. (เวลา GMT) ซีตรอง 2CV คันสุดท้ายได้ผลิตขึ้นมา ในโรงงานที่ประเทศโปรตุเกส รวมระยะเวลาในการผลิตมากกว่า 40 ปี จำนวนที่ผลิตทั่วโลก 7,301,278 คัน ฃีตรอง2CV ประสบความสำเร็จและขายดีมาก บางครั้งผู้ซื้อต้องรอนานถึง 5 ปีกว่าจะได้เป็นเจ้าของรถฃักคันหนึ่งและ มูลค่าของรถ 2CV ไม่เคยตก

 

         

 

Citroen 2CV กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของฝรั่งเศสเช่นเดียวกับไวน์แดง, ขนมปังบาร์แกต, หอไอเฟล

รถ Citroen 2CV ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดในเรื่องของการแล่นตลุยไปได้ในสภาพภูมิประเทศแบบต่างๆ ตั้งแต่ทะเลทราย ภูเขาสูง ลุยน้ำ ลุยโคลน รวมทั้ง การเดินทางไกล อย่างเช่น ในปี 1953-1954 Jacques Comet และ Henri Lochon ได้เดินทาง 52,000 กิโลเมตรจากอเมริกาเหนือสู่อเมริกาใต้, แอฟริกา, สเปน และฝรั่งเศส

ในปี 1958 นักศึกษา 2 คน Jean Baudot และ Jacques Seguiela ได้เดินทางด้วย 2CV รอบโลกเป็นระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร นอกจากนั้นก็ก็ยังมีการแข่งขันรายการใหญ่ๆ หลายรายการ เช่น การแข่ง The Raid Paris-Kaboul-Paris ในปี 1970

 

                

 

ปี 1971 มีการแข่งขัน The Raid Paris-Persepolis-Paris มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 1,300 คน ด้วยระยะทาง 13,500 กิโลเมตร มีรถ Citroen 2CV เข้าร่วมแข่งขันถึง 467 คัน ดังเช่นรถเหล็กคันที่นำมาให้ชมกันในสัปดาห์นี้ก็เป็นคันหนึ่งที่เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ รถ 2CV คันนี้ (รถจริง) เป็นรุ่นที่ผลิตในปี 1952

 

             

 

                

 

รถเหล็ก 2CV คันนี้ มีความยาว 21 เซนติเมตร อัตราส่วน 1:18 สีเหลืองสกรีนข้างรถสไตส์รถแข่ง และระบุว่าเป็นการแข่ง Raid 1971 Paris-Persepolis-Paris ฝากระโปรงหน้าเปิดได้มีเครื่องยนต์ภายใน ประตูสองข้างเปิด-ปิดได้ หลังคาด้านบนทำด้วยยางเปิดและถอดออกได้ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยผ้าจริง พวงมาลัยมีกลไกไปหมุนล้อให้เลี้ยวซ้าย-ขวาได้ ระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ เคลื่อนไหวได้เหมือนรถจริงทั้ง 4 ล้อ

 รถคันนี้ผลิตโดย Maisto ไม่ระบุปีที่ผลิต (น่าจะไม่ต่ำกว่า 5 ปีมาแล้ว) และที่น่าภูมิใจคือ ผลิตโดยผู้ผลิตดั้งเดิมในประเทศไทยครับ

 

 

ความคิดเห็นที่ 0
เป็นรถที่มีประวัติที่น่าสนใจจังครับ
แผน email
(11/11/2550 21:22:14) IP. 58.8.11.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบประวัติมากๆครับ
แก๊ป email
(17/11/2550 19:35:59) IP. 202.28.219.xx
Total: 2:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
ฐานไม้สำหรับโชว์รถโมเดล Diecast Model Plinth
ราคา 0.00 บ.
Mazda B1600 Pickup, Corgi no.413B1
ราคา 1,450.00 บ.
Her Majesty
ราคา 2,000.00 บ.
Hino Aerial Ladder Fire Truck, Tomica no.29 black box
ราคา 1,600.00 บ.
รถเหล็ก Matchbox King Size No.K10A – Aveling Barford Tractor Shovel
ราคา 1,400.00 บ.
 

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
Toy2hand

Promote Your Page Too
eXTReMe Tracker

Add to My Yahoo!



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.